เบื้องหลังเหตุการณ์อีริคเซ่น เมื่อการเสียชีวิตของโฟเอ้ ช่วยเซฟชีวิตเพื่อนพ้องร่วมอาชีพรุ่นลูก

วินาทีที่ คริสเตียน อีริคเซ่น สลบและก็ล้มลงสู่พื้น และก็จำต้องได้รับการรักษาพยาบาลเบื้องต้นอย่างเร่งด่วน อาจทำให้ภาพสถานะการณ์การสิ้นไปในอดีตกาล ย้อนกลับไปเข้ามาในความคิดของเหล่าแฟนบอล

มาร์ก-วิเวียน โฟเอ้ อาจจะเป็นเคสแรกๆที่ผู้คนจำนวนมากจดจำเจริญ ภาพที่เขาสลบล้มลงกลางสนามแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย กระทั่งจำต้องถูกหามออกไปรักษาเบื้องต้นข้างสนาม แม้กระนั้นสุดท้ายก็ไม่บางทีอาจช่วยของเขาเอาไว้ได้เสร็จ กระทั่งการสิ้นไปดังที่ได้กล่าวมาแล้วข้างต้น กลายมาเป็นรอยด่างพร้อยทำหน้าที่ชิงชัย ฟีฟ่า คอนเฟเดอเรชั่นส์ คัพ 2003

แม้กระนั้นการสูญเสียในคราวนั้น ก็ได้แผ้วทางสู่อนาคตสำหรับการช่วยนักเตะในสนาม

แกร่งเพียงใดก็ล้มได้

ถึงแม้นักฟุตบอลอาชีพ จะเป็นฝูงชนที่มีสุขภาพสมบูรณ์แข็งแรงดี วิ่งเต็มสูบได้ตลอดทั้ง 90 นาทีที่อยู่ในสนาม กลับมีผู้เล่นมากกว่า 100 คน ที่เคยล้มลงกลางสนาม ซึ่งมากกว่าครึ่งนั้น ไม่ได้โชคดีเช่นเดียวกับมิดฟิลด์ของแดนวัวนมรายนี้

หนึ่งในเรื่องที่ผู้คนจำนวนมากจดจำเจริญ คือรายของ มาร์ก-วิเวียน โฟเอ้ มิดฟิลด์ตัวรับวัย 28 ปี ของแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่ร่วมกองทัพกลุ่มชาติแคเมอรูน ลงเตะใน ฟีฟ่า คอนเฟเดอเรชั่นส์ คัพ 2003 ที่ประเทศฝรั่งเศส
โฟเอ้ ลงเล่นในแมตช์ที่ แคเมอรูน เอาชนะ บราซิล กับ ตุรกี ไปได้ในรอบแบ่งกลุ่ม ก่อนที่จะได้พักในเกมที่เจอกับ ประเทศสหรัฐอเมริกา และก็กลับมาเป็น 11 ตัวจริงในรอบรองชนะเลิศ ซึ่งจำต้องประจันหน้ากับ โคลอมเบีย ที่สนาม สตาด เดอ แฌร์ล็อง เมืองลียง

แมตช์ดังที่ได้กล่าวมาแล้วข้างต้นดำเนินมาถึงนาทีที่ 72 อยู่ๆโฟเอ้ ก็ล้มลงกลางสนามแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย โดยไม่มีใครอยู่รอบกายตัวเขาเลย

ผู้ตัดสินเป่าหยุดเกม และก็เรียกให้กลุ่มแพทย์เข้ามารักษาเบื้องต้นเขาในสนาม ก่อนที่เขาจะถูกหามออกมาปั๊มหัวใจที่ข้างสนาม แล้วส่งไปรับการดูแลรักษาที่ศูนย์การแพทย์ของ สตาด เดอ แฌร์ล็อง แต่หลังบากบั่นกู้ชีพอยู่เป็นเวลายาวนานกว่า 45 นาทีก็ไม่เป็นผล เขาเสียชีวิตลงหลังจากนั้น

วินฟรีด เชเฟอร์ ผู้จัดการทีมฟุตบอลชาติ แคเมอรูน ณ ในช่วงเวลานั้น เปิดเผยว่าเขาต้องการสลับตัว โฟเอ้ ออกมาจากสนามก่อนหน้านั้น เพราะทั้งตัวเขาและก็กลุ่มแพทย์ เห็นว่ามิดฟิลด์รายนี้มีอาการล้า และก็เคลื่อนได้ช้าลง แม้กระนั้นเจ้าตัวยังต้องการเล่นต่อ เพื่อช่วยให้กลุ่มชาติของเขาไปสู่รอบชิงชนะเลิศให้ได้

แมรี่-หฝ่าส์ โฟเอ้ ภรรยาของจอมบุกรายนี้ บอกว่ามิดฟิลด์จาก แมนฯ ซิตี้ มีอาการท้องเดินมา 2-3 วันแล้ว และมีปัญหากับกระเพาะของเขาด้วย แม้กระนั้นเจ้าตัวยังคงยืนยันที่จะลงเล่นให้กับกลุ่มต่อ โฟเอ้ เสียชีวิตต่อหน้าภรรยาของเขา ที่เข้ามารับดูเกมข้างสนามในนัดหมายนั้น

ผลการชันสูตรวินิจฉัยศพของมิดฟิลด์รายนี้ พบว่าเขาเสียชีวิตด้วยอาการกล้ามเนื้อหัวใจหนา หรือ Hypertrophic Cardiomyopathy ซึ่งโรคดังที่ได้กล่าวมาแล้วข้างต้นมีโอกาสเกิดขึ้นกับทุก 1 ใน 500 คนทั้งโลก พบมากได้บ่อยครั้งในคนที่มีสุขภาพสมบูรณ์แข็งแรง และก็เป็นต้นเหตุการตายอันดับ 1 ของผู้มีอายุน้อยกว่า 35 ปี

ใจความสำคัญก็คือ โฟเอ้ มีโอกาสรอดตายด้วยซ้ำ ถ้าเกิดได้รับการรักษาพยาบาลเบื้องต้นที่ถูกอย่างทันตามเวลา แม้กระนั้นขณะนั้น เกือบจะไม่มีใครคาดหวังว่านักบอลที่มีสุขภาพสมบูรณ์แข็งแรงแบบนี้ จู่ๆจะล้มครืน จนกระทั่งขั้นเสียชีวิต

นั่นก็เลยทำให้ ฟีฟ่า ตัดสินใจยกเครื่องทางด้านการแพทย์ใหม่ทั้งหมดทั้งปวง เพื่อไม่ให้สถานะการณ์ดังที่ได้กล่าวมาแล้วข้างต้นเกิดขึ้นซ้ำอีกที

ชีวิตจำต้องมาก่อน

ภายหลังเคสของโฟเอ้ สิ่งแรกที่ถูกนำมาเอ่ยถึง คืออาการหัวใจหยุดเต้นทันควัน หรือเรียกแบบย่อว่า SCA (Sudden Cardiac Arrest) ซึ่งสามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคน ตลอดเวลา และก็ทุกหนแห่ง โดยไม่แยกว่าคุณจะมีสุขภาพที่แข็งแรงแค่ไหนก็ตาม
ฟีฟ่า ต้องการรับประกันว่าผู้เกี่ยวข้องกับแวดวงบอลจำต้องรู้เรื่องใจความสำคัญดังที่ได้กล่าวมาแล้วข้างต้น โดยเฉพาะกับข้าราชการแพทย์ ที่จึงควรเข้ารับการฝึกฝนขั้นตอนสำหรับการช่วย ถ้าเกิดเจอผู้เล่น หรือผู้ตัดสินเผชิญอาการ SCA ขึ้น

ถ้าเกิดผู้เล่นล้มลงไปกับพื้น โดยไม่มีการประจันหน้ากับผู้เล่นรายอื่น และไม่สนองตอบหรือสลบไป กลุ่มแพทย์สามารถวิ่งลงไปช่วยเหลือได้ทันที โดยไม่ต้องคอยผู้ตัดสินเป่านกหวีดอนุญาต

เพราะพวกเขาอาจมีเวลาแค่ 2 นาที หลังจากที่นักเตะล้มลงไป ที่จะจำต้องปั๊มหัวใจเพื่อทำ CPR และก็ใช้เครื่อง AED นำกระแสไฟฟ้าไปกระตุ้นหัวใจให้เต้นตามจังหวะปกติ เพราะยิ่งผ่านเวลาไปนานเยอะแค่ไหน จังหวะสำหรับการรอดตายก็ยิ่งเลือนรางลงไป

ในกรณีของ โฟเอ้ ไม่มีใครทำ CPR ให้เขาเลย แม้เขาจะสลบไปเป็นเวลายาวนานกว่า 6 นาทีแล้ว แม้เจ้าตัวจะมีอาการตาเหลือกตาพอง และไม่สนองตอบก็ตาม บางทีอาจเพราะเกือบจะไม่เคยปรากฏเลยว่ามีในกรณีที่นักฟุตบอลเกิดหัวใจหยุดเต้นทันควัน ระหว่างกำลังลงเล่นอยู่ในสนาม

แม้กระนั้นนั่นก็ทำให้กลุ่มแพทย์ ผู้ตัดสิน สตาฟ และก็ผู้เล่นต่างๆได้ทราบจักกับความเสี่ยงที่บางทีอาจย่างกรายมาหาพวกเขาได้ตลอดเวลา ทำให้หลายทีมเริ่มมีการเตรียมตัวเยอะขึ้นเรื่อยๆ ด้วยอุปกรณ์แพทย์ที่ครบครันกว่าเดิม รวมทั้งกำหนดให้เครื่อง AED ควรจะมีประจำอยู่ทุกสนาม ไม่ว่าจะเป็นระหว่างแมตช์ชิงชัยจริง หรือระหว่างการฝึกฝนก็ตาม

ในปี 2006 ฟีฟ่า ได้เพิ่มมาตรการตรวจเช็คร่างกายของนักเตะทุกคนก่อนเริ่มเกม เพื่อตรวจตราความแปลกของหัวใจ ถึงแม้พวกเขาไม่บางทีอาจตรวจเจอทุกความแปลกได้อย่างสมบูรณ์แบบ แม้กระนั้นก็พอเพียงที่จะคัดเลือกกรองความพร้อมของผู้เล่นในระดับหนึ่ง
และก็ในปีเดียวกันนั้น ทางพรีเมียร์ลีก ก็ได้ยกฐานะทางด้านการแพทย์ขึ้นไปอีกขั้น หลัง ปีเตอร์ เช็ค ผู้รักษาประตูของ เชลซี ได้รับบาดเจ็บกะโหลกศีรษะร้าว จากการประจันหน้ากับหัวเข่าของ สตีเฟ่น ฮันต์ จนกระทั่งขั้นสลบ และก็จำต้องนอนคอยรถพยาบาลในห้องแต่งตัวนานถึงครึ่งชั่วโมง

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *